Investor..I need you...

บ้านเดี่ยว ถนนเลียบคลองเสาธงหิน กม ที่สอง นนทบุรี บางใหญ่ ข้างรถไฟฟ้า

อสังหาริมทรัพย์, แลกเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ใน ไทย, กรุงเทพและปริมณทล, กรุงเทพ. วันที่ ก.ย. 14

แลกเปลี่ยนที่อยู่อาศัย

GALLERY

Summer hot..hot in UK now..

22/11/2008

noise pollution and performance day???







ช่วงนี้บ้านเมืองเราดูเหมือนกับการเงินไม่ดี แต่ก็แปลกที่มีโครงการต่างๆเกิดขึ้นมากมาย สังเกตจากมีรถขนดินทรายวิ่งกันมากขึ้นถมที่ทำโครงการใหม่ๆ รวมทั้งรถที่ขนของก่อสร้างพวกเสาเข็มแบบนี้ รวมทั้งร้านค้ารับซ่อมยานพาหนะก็มีมากขึ้น ทั้งแบบตบแต่งให้สวยและแบบตบแต่งถอดที่กรองเสียงออก เสียงท่อจะได้ดังๆก็มี มีลูกค้ามาก แต่ก่อนเห็นตรวจจับกันอยู่เรื่อย ตอนที่เป็นทีมสอบสวน เห็นควบคุมเด็กเยาวชนเรียกผู้ปกครองมาปรับก็มาก ต่อไปจะให้ผู้ปกครองติดคุกด้วยเหมือนที่เมืองนอกหรือเปล่าก็ไม่รู้ พาหนะบางอย่างในชนบทจำเป็น เพราะความที่พาหนะสาธารณะวิ่งรับส่ง24ชั่วโมงมันไม่มีเหมือนแถบเขตปกครอง พิเศษเขา ไม่มีใบขับขี่ก็ต้องใช้ มันจำเป็น บางทีฉุกเฉินก็ต้องออกไปยามวิกาล บางทีเจ็บป่วย หาพาหนะไม่ได้ ก็อาศัยผู้นำในชุมชนนั่นแหละช่วยเหลือชาวบ้านไปตามมีตามเกิด พวกที่ใช้ยานพาหนะผิดวัตถุประสงค์ก็มี มีทั้งผู้ใหญ่ที่โตแล้ว หรือบางทีก็ เยาวชน บางพวกรวมกับพวกที่พ้นเยาวชนแล้ว บางส่วนมีการใช้ถนนเป็นสถานที่สำหรับทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยไม่สนใจ เรื่องเสียงและความปลอดภัย หรือบางทีก็เป็นที่ระบายอารมณ์ เพราะไม่สบอารมณ์กันเป็นพิเศษ ไม่รู้จะใช้วิธีไหน ขอระบายเป็นเสียงเครื่องยนต์ที่ต้องเร่งให้มันดังๆหน่อย จะได้รู้ว่าไม่ชอบ ต้องเป็นยามวิกาลด้วย จะได้ก่อกวนเวลาพักผ่อน สาสมใจจริงๆวุ้ย ไหนๆก็ต้องมาเป็น ชุมชนในพื้นที่นอกเขตปกครองพิเศษเดียวกันไปอีกชั่วลูกชั่วหลาน ไม่มีปัญญาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์แสนแพง ทิ้งเอาไว้ เก็งกำไร บ้าง ฟอกเงินบ้าง เพราะบางคนทุจริตคอรัปชั่น โกงมาก็มี ค้าขายเอาเปรียบก็มี เป็นพวกร่ำรวยผิดปกติ ต้องเป็นโครงการที่เรียกเก็บ ค่ารักษาความปลอดภัยและค่าส่วนกลางสำหรับ คุณภาพชีวิต ที่ดีกว่า พวกที่ ไม่ได้อยู่เขตปกครองพิเศษอย่างพวกข้างนอกโครงการด้วย เรื่องเกี่ยวกับการทดสอบความสามารถความเร็วความดังของยานพาหนะนั้นบางพวกทดสอบกันตามถนนหลวงสาธารณะ เคยร่วมสอบสวนปรากฏว่าบางคดีใช้ช่วงเวลาประมาณ หลังเที่ยงคืนจนสว่างในถนนหลักๆทั่วไปหมดทั้งประเทศ บางคดี วิ่งกันกลางเมือง บนถนนหรูๆใกล้ห้างหรูระดับอินเตออร์ ศูนย์การค้าใหญ่นานาชาติ กลางเมืองราวตีสามตีสี่ เจ้าหน้าที่จับกันมาหมดทั้งกองเชียร์และคนขับขี่ บางทีเห็นแน่นโรงพักไปหมดไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน ได้คดีแถมมาด้วย ถ้าค้นเจอของผิดๆ
ช่วงนี้สังเกตจากมีพาหนะสารพัดวิ่งกันทุก1นาทีไม่มีเว้นช่วง แม้ถนนจะปุปะราวกับดาวอังคาร เพราะรับน้ำหนักไม่ไหว เพราะใช้ถนนน้อยๆราวกับวิ่งบนซุปเปอร์ไฮเวย์ แต่คนทำมาค้าขายก็ต้องอยู่ริมถนนนี่แหละ ไม่งั้นจะหาลูกค้าที่ไหน ก็คงจะได้ออกมาค้าขายทำธุรกิจส่วนตัวต่อไป เพราะไม่รู้เป็นอะไร พอเห็นภาครัฐเงินเดือนน้อยแต่สวัสดิการดีเด่น จนบางคนต้องยักยอกคอรัปชั่นมาเพิ่มรายได้คุณภาพชีวิตให้องค์กร พรรคพวกคนชุมชนโซนเดียวกัน ส่วนเพื่อตนเองก็ต้องมากหน่อย ไว้ต่อรองกับผู้ที่บังคับบัญชาสูงขึ้นไป

เขตนอกเขตปกครองพิเศษ ตรงไหนที่ไกลหูไกลตาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัย ทั้งภาครัฐเอกชน ก็มักจะเป็นโอกาสให้บางพวกที่ชอบฝ่าฝืนเรื่องดีๆ ได้รื่นเริงกัน เช่นประดาอาชีพสุจริตที่ขอจดทะเบียนการค้าไว้อย่าง เอาเข้าจริง ไม่รู้อะไร วุ่นวายไปหมดเปลี่ยนอาชีพจากที่ว่ากลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว บางที่อาจรับของที่เอามาจากไหนไม่รู้ เอามาขายต่อ สินค้าก็มีแปลกๆ แรงงานก็พูดแปลกๆ มีที่มาที่ไปแปลกๆ ก็เข้าใจอยู่ว่าต้องการลดต้นทุน จะได้มีกำไรมากๆ อันที่จริงถ้าไม่มีเรื่องกล่าวหาทุจริตคอรัปชั่น ก็คงจะขอภาษีที่ถูกต้องเข้ารัฐได้มากขึ้น ไม่ต้องมาเสียเบี้ยใบ้รายทาง ทำกฏเกนณให้ประโยชนเข้าส่วนรวมมากๆ เอาแบบมีกฎหมายรองรับว่าทำถูกเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่เพื่อส่วนตนและพวกพ้องเป็นอันใช้ได้



ตอนนี้เขามีแบบประเมินใหม่ แต่ก่อนงานที่เคยทำก็รวมมิตรไปหมด ยิ่งบางอันไม่ได้เห็นได้จับได้เดินทางไปด้วยหรือได้ทำเอง เพราะว่าเขาไม่ได้assign มา เพราะเหตุด้วยความสะดวกหลายเรื่อง ก็เป็นอันว่า ไม่อยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่สามารถเรียนรู้ได้ บางอย่างไม่จับไม่ทำนานๆ สงสัยจะลืมไปหมดแล้ว ไม่รู้เขาทำยังไงบ้าง เพราะแบ่งงานความรับผิดชอบกันไปเป็นเรื่องราวจริงจังประมาณไม่ถึง1เดือน ไม่เหมือนตอนที่ประเมินแบบเก่าๆ คนรับassighมา ต้องรีบกระจายงานออกไปให้ช่วยกันทำไป ทำไม่ได้ไม่ทัน เขาก็ทำเองดีกว่า เพราะงานเอกสารต้องใช้ทักษะพิเศษ สำหรับเราไม่ค่อยถนัด สงสัยสมองเสื่อมและมือไม้ง่อยไปมาก แต่ได้ฝึกงานต่างประเทศเพลิดเพลินไปเหมือนกัน งุนงงไปแท้ๆกับศัพท์เฉพาะทาง อ่านคู่มือการประเมินแบบใหม่แล้วก็ไม่รู้จะเขียนอะไร งานวิชาชีพพวกรัฐศาสตร์การทูตการปกครองก็แปลกเพราะเป็นวิชาชีพที่ไม่ต้องมีพระราชบัญญัติมาควบคุมจริยธรรมอะไรพิเศษอาจจะมีก็ได้ในระดับผู้บริหารแต่ระดับปฎิบัติการ จบวิชาชีพบริหารหรือบัญชีหรือสารพัด สามารถจัดประสาน ฝึก เป็นวิทยากร บ้าง อบรมสั่งสอนใช้ภาษาต่างด้าวได้เคยผ่านร้อนหนาวในดินแดนอื่นนอกเมืองเรามาก็เอามาทำแล้ว บางพวกยังไม่มีวุฒิอะไรการันตีเลยแต่ประสบการณ์แน่นปึกช่วยกันในหมู่เหล่าเอาตัวรอดไปได้ แต่ผู้บริหารระดับสูงก็ช่วยกันปลุกปั้นน่าดู ไม่ให้เสียหน้าตา องค์กรมืออาชีพ
รับโล่รางวัลมามากต้องรักษาหน้าตาองค์กรเอาไว้ สุดความสามารถ เพราะวิสัยทัศน์จะโกอินเตอร์แล้ว สู้ตาย!!
ความที่ไม่ได้ทำให้คนตายมากๆโดยอาชีพเฉพาะอย่างอาชีพวิศวะหรือแพทย์หรือทนาย พวกอาชีพทางกฎหมายการปกครองบางพวกถ้าไม่หวังดีทำได้ก็คือการปลุกระดมเกิดการเมืองปั่นป่วนทั่งภายในภายนอก หรือระหว่างประเทศยุ่งเหยิง พลอยทำให้โลกเขาวุ่นไปด้วย เศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศก็ห่วย ความที่เครดิตเสียหาย เพราะไม่เอาหรอกสามัคคี แพ้ชนะไม่มี บางประเทศคนที่ทะเลาะกันจะตายพอเลือกรู้ผลแพ้ชนะ ยังสนับสนุนกัน ทำงานด้วยกันก็ได้ เอาประโยชน์สุขของประเทศเป็นใหญ่ บ้านเมืองกำลังคับขัน

ความที่มีประสบการณ์วิชาชีพอื่นมาทำงานต่างประเทศ สามารถด้านภาษาอยู่บ้าง แต่บางทีอ่านหนังสือที่ส่งมาจากกระทรวงนานาชาติ เขาจะพิมพต่างด้าวผสมผเสมาเลย เป็นศัพท์เฉพาะทาง เวรกรรม ไม่ได้เรียนศัพท์ทางการทูตมานี่หว่า คนเก่าๆบอกว่า เอาแต่เนื้อหาที่เกี่ยวกับงานขององค์กรเรามาใช้ แต่การที่เราไม่รู้รอบทิศ อ่านไม่รู้เรื่องแบบรวมๆ จะทำให้เขาดูถูกองค์กรของเราได้ จำเป็นต้องขวนขวายหาความรู้ เอาเองตามหนังสืออินเตอร์เนท เพราะเวลาเขาอบรมวิเทศสัมพันธ์กันหรือประชุมนานาชาติกันก็ไม่เคยได้ไปกับเขาความที่เราก็ขี้เกียจ ติดบ้านด้วยอีกทั้งcareer path ตอนที่บรรจุมหาบัณฑิตเข้ามาในองค์กรก็ไม่มีเส้นทางความก้าวหน้าอะไรชัดเจน กว่าคนเก่าๆที่ไม่ได้เป็นมหาบัณฑิตแต่ประสบการณ์อายุงานมากกว่า พวกผู้บังคับบัญชาจะรีบผลักดันคนพวกนี้ให้ไปสู่แท่งของผู้บริหารก่อนพวกที่มีวุฒิสูงกว่าแต่มาทีหลัง ก็เป็นเทคนิคพิเศษอย่างหนึ่ง ทำให้วุฒิมหาบัญฑิตหรือspecialist รับเข้ามาไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะโดนบล็อคเกี่ยวกับการติดอยู่แค่แท่งปฎิบัติการ หมดสิทธิไปร่วมรับฟังข้อมูลก่อนมาเป็นนโยบายมาเป็นระเบียบ ตัวแทนระดับปฎิบัติไม่ได้ไปออกความเห็น กลายเป็นการรวบอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จไปก็เป็นได้ บางท่านผู้นำ ผ้บริหาร เก่าๆ ที่บางทีไม่รู้จะเอาวิสัยทัศน์ อะไรใหม่ๆไปสร้างสรรค์งานได้ ต้องอาศัยมาหาอ่านหาถกกันกับกระบอกเสียงของผู้ปฎิบัติการทั้งหลายที่กฎหมายข้อมูลข่าวสารพยายามให้มีช่องทาง ให้เปิดกว้างเสนอแนะร้องเรียนกันให้มากๆ การบริหารจัดการที่เหมาะสมจึงจะแก้ไขได้ถูกต้องตรงประเด็น กว่าจะรับรู้รับทราบประเด็นถกเถียงในที่ประชุมผู้บริหาร กลายเป็นระดับปฎิบัติการหรือชุมชนโดยรวมเสียประโยชน์ไปแล้วก็มี ยิ่งเรื่องเกี่ยวกับเงินทอง ยิ่งให้ประโยชนตนเองและพวกพ้องก่อน ก็กล่าวหากันไป
เวลาไปอบรมพิเศษอะไรที่เกี่ยวด้วยสายงานที่ต้องทำงาน ด้านต่างประเทศ คนที่ไปก็ไปซ้ำๆไม่งั้น ไม่มีอะไรมาเขียนในประเมินตนเอง หรือไม่ก็คนที่ไม่สบายไปพักผ่อนอะไรอย่างนี้ เสียดายบางคนไม่สบายก็เป็นอัจฉริยะด้านรัฐศาสตร์แต่ไม่สบายเสียนี่ กลุ้มแทน คนที่ไปด้วยร่วมด้วยก็กลัวกันไป กลัวมีคดีอาญา หากทำคนป่วยให้มีการก้าวร้าวขึ้นมา

ดังนั้นเลยต้องอาศัยองค์ความรู้เก่าและประสบการณ์โชกโชนในชีวิตมาประยุกต์แสดงความคิดเห็นแบบองค์รวมไป ในเรื่องข้อคิดเห็นส่วนตัวต่างๆ ไม่ผูกพันกับองค์กร ส่วนที่ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเอาไปประยุกต์ใช้อย่างไรก็ไม่ว่ากันว่าลอกเลียนความคิดไปใช้ เพราะว่าหากทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมคือประชาชนเราไม่ว่ากัน ไม่ใช่ว่าเพื่อองค์กรใดหรือกลุ่มบุคคลใดหรือเพื่อประโยชน์ในตำแหน่งของตนเองเท่านั้นเราก็ขอสาปแช่งให้รับโทษทางอาญาและไม่เจริญโดยเร็ว ดังนั้นความรู้ที่ชอบๆบางอย่างจะถนัดโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยาความสัมพันธ์ และประสบการณ์งานด้านกฏหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามความต้องการการผลักดันและเตรียมความพร้อมของคนและองค์กรตามประสงค์ขององค์กรระหว่างประเทศ และกรอบความร่วมมือทั้งหลาย ส่วนเรื่องการบริหารการเงินงบประมาณแบบยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตนเองหรือองค์กรนั้นทำไม่เป็นอย่างที่บางคนถูกกล่าวหาว่าทำกัน เพราะประสบการณ์งานพัฒนาชุมชน กับการเป็นนักจิตวิทยาและนักกฏหมาย มันไม่เห็นจะเอามาทำอะไรได้ตรงๆกับงานต่างประเทศ เลย ส่วนมากเอามาประยุกต์ใช้เอาทั้งนั้น เพราะงานหลักของการต่างประเทศ เน้นสัมพันธไมตรีอันดี เราก็รักกันดีกับทุกประเทศนั่นแหละ ถ้าเอาประโยชน์ของความร่วมมือเป็นหลัก ไม่เอาประโยชน์ส่วนตน งานเขียนโครงการเพื่อให้ได้เงินจากรัฐและเอกชนมาทำกันเอง ถ้าต้องการประหยัด ก็ไม่ต้องจ้างพวกบริษัทรับเขียนรับปรึกษา รับเหมาเอกชนเหมือนต่างประเทศเขา ไม่ต้องไปลงทุนจ้างคนจบสูงจบนอกมาทำงาน จ้างคนใหม่แบบผู้เชี่ยวชาญก็แพง เปลือง ยิ่งถ้าเป็นพวกบางองค์กรที่มีการทุจริตคอรัปชั่นเป็นกระบวนการละก็ จัดสรรทันที ปันประโยชน์ให้องค์กร พวกพ้อง เพราะฉะนั้น ต้องลดต้นทุน ให้ต่ำ บางองค์กรระดับอินเตอร์ คนที่เคยทำงานด้วยในพื้นที่ก็เห็นบางคนดัดแปลงโครงการเก่าๆ มาใส่ขวดใหม่กันมาก ยิ่งภาษาต่างด้าว ต้องมีสต็อคเอาไว้ในไฟล์หรือฐานข้อมูลเคลื่อนที่ส่วนตัวเยอะๆ ก็คงเป็นเรื่องกล่าวหากันทั้งเพ ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

สมัยใหม่ยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดนบางทีก็แย่ งานเสนอต่างๆแบบใหม่ คิดใหม่ แค่คิด ยังลอกเลียนแบบไปใช้หมดจดก็มี ที่จะอ้างอิงให้เครดิตกันทีหลัง หายาก ในต่างประเทศเขาคิดค่าเสียหายกันแพง ถ้ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากัน ถึงขนาดต้องทำโปรแกรมไล่กวดพวกที่ชอบเอาบางท่อนบางตอนบางทีเอามาหมดทั้ง โครงการหรือภาคนิพนธ์นั้นๆ มาสวมรอยในงานที่ต้องขอเอาตำแหน่ง บ้างเป็นวิทยานิพนธ์บ้าง ยิ่งโทษเป็นคดีอาญาต้องเข้าคุกด้วย เวลาละเมิดสารพัดภาษาขึ้นมา วุ่นวายกันไปหมดเป็นคดีความยืดเย้อเสียเวลา เจ้าของผลงานต้นฉบับ บางทีต้องช่วยประนอมเป็นเงินแลกกันไปก็มี ดีกว่าคนที่ละเมิดเสียตำแหน่งเสียโครงการไม่ได้เงิน ยิ่งเป็นโครงการที่ต้องข้ามน้ำข้ามแผ่นดิน ยิ่งพลาดไม่ได้เด็ดขาด และจะขออยู่ใช้เงินของโครงการให้ได้ ไม่ย้ายเด็ดขาด จะอยู่ไปชั่วนาตาปี เคยไปกี่รอบก็จะไปอีกไปแล้วไปอีก ยิ่งเป็นแผ่นดินที่เจริญค่าเงินสูงยิ่งดี มีค่าใช้สอย ค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยงสูง ประหยัดหน่อยก็พอมีเหลือเก็บ เพราะเป็นเงินของคนอื่น บางที่เป็นเงินภาษีของประเทศชาติก็มี เรื่องพวกนี้ ก็กล่าวหากันอยู่อย่างนั้น ผู้บริหารบางคนใช้วิธีใหม่แต่ต่อให้ใช้วิธีไล่กวดเอาข้อมูลข่าวสาร ดักจับเอกสารจากภายนอกจากต้นทางปลายทางสารพัด เพื่อจะได้สั่งการเอง ไม่ต้องกระจายอำนาจ ไม่ไว้ใจ อะไรแบบนี้ ก็อาจจะลอดหูลอดตาไปได้ เพราะสัมพันธภาพส่วนบุคคลที่มีการทำการแบบlobbyistลอบบี้ยิสต์ยังมีอยู่ กฏหมายข้อมูลข่าวสารก็มีไปงั้นเอง เสียดายเหมือนกัน บางทีเจตนาของโครงการพัฒนาเพื่อประเทศชาติทั้งหลายสมควรมีเงินจากภาครัฐ เอกชนมาอุดหนุนทุกโครงการนั่นแหละ ไม่ควรแห้วเลยแม้แต่โครงการเดียว เพราะเขียนโครงการได้ยอดเยี่ยมวรยุทธ์ไม่ต้องไปจ้างใคร เพราะคนเขียนโครงการมีประโยชน์ได้เสียกับโครงการอยู่ ไม่ได้รับจ้างภาครัฐทำเหมือนพวกประเทศทางปลายแหลมโน้น แต่ตราบใดที่ยังมีการกล่าวหาว่ามีการนำเงินภาครัฐมาหมุนบ้างยักยอกบ้างเป็นเงินส่วนตัวของ องค์กรบ้าง กลุ่มบุคคลบ้าง ส่วนตัวบ้าง บางทีเป็นโครงการที่ต้องทำงานต่างประเทศ ก็ถูกกล่าวหาว่าเขียนโครงการอยากไปเที่ยวเมืองนอกเอง เขียนบวกค่าใช้จ่ายให้มันพิสดาร เวลาไปกันจริง ไปอาศัยอยู่ที่ไหนเดินทางยังไงไม่รู้ มาทำหลักฐานเบิกเอาทีหลัง แล้วเอาส่วนต่างไว้ ฟอกเงินเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นอะไรแบบนี้ ร้อยแปดกล่าวหากัน ถ้าเขียนให้คนอื่นไปไม่ทำเด็ดขาด บางทีหาที่มาที่ไปไม่ได้ เพราะทำหลักฐานเท็จล่วงหน้าหรือย้อนหลัง ได้หมด รวมหัวกับผู้ประกอบการบ้าง เพราะงบบางก้อนมันเป็นเงินสดให้ในนามบุคคลธรรมดาไม่ใช่เข้าบัญชีชื่อองค์กรเป็นล้านๆบาทไม่ใช่เงินผ่านบัญชีธนาคาร ตรวจไม่ได้ว่าจ่ายรับกันจริงเท่าไหร่ เอกสารการเงินที่ปลอมบ้างจริงบ้าง เขียนจำนวนเงินไปอย่างจ่ายจริงไปอย่าง ส่วนต่างก็แบ่งจัดสรรกันไป ตามอำนาจการตัดสินใจตามตำแหน่งบังคับบัญชา ไม่รู้เงินส่วนตัวหรือเงินที่ยักยอกมา มั่วไปหมด ถ้าการให้รายได้สวัสดิการอินเซนทีฟไม่ทัดเทียมกันในภาครัฐและเอกชน ก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาคอรัปชั่นเป็นกระบวนการ ไม่จบไม่สิ้น การประเมินสมรรถนะแบบใหม่คงได้ผลดีๆกับเขาบ้าง ถ้าทำงานไม่ตรงกับประสบการณ์ความถนัดก็โยกย้ายลาออกกันไป เพื่อไปประกอบอาชีพให้ถูกต้องตรงตามวิถีีแห่งวิชาชีพมืออาชีพของตนไป เอวังด้วยประการฉะนี้!!!

แบบฟอร์มการประเมินผลงาน กรมการพัฒนาชุมชน
ตอนที่ 1: ประวัติส่วนตัว
ชื่อ-นามสกุล นางสาวสมศรี นิสัยดี เงินเดือน 15,780 ชื่อ-นามสกุลผู้ประเมิน นางสมหญิง รักเมืองไทย
ตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชน สังกัด สพอ.เมืองเพชรบูรณ์ ตำแหน่งผู้ประเมิน พัฒนาการอำเภอ
ระดับ 6 อายุงานในตำแหน่ง 10 ปี รอบระยะเวลาที่ประเมิน 1 เมษายน - 30 กันยายน 2550
ตอนที่ 2: ผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ผู้ประเมิน และผู้ถูกประเมินร่วมกันกรอก)
ตัวชี้วัดผลงานของทีม เกณฑ์การวัด น้ำหนัก ผลการประเมิน เหตุผล หรือระบุเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญที่บรรลุในรอบการประเมิน (ผู้ประเมินกรอกเมื่อสิ้นสุดรอบการประเมิน)
1 2 3 4 5
1. การดำเนินโครงการหมู่บ้านต้นแบบ x 55% 2.20 - ได้หมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 1 หมู่บ้าน 0.00 1 หมู่บ้าน ตามเป้าหมาย
2. การดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน x 45% 1.35 - ผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน
ระดับครัวเรือน 10 ครัวเรือน 0.00 ได้ 9 ครัวเรือน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย

0.00

0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
น้ำหนักรวม 100% 3.55
ตัวชี้วัดผลงานรายบุคคล เกณฑ์การวัด น้ำหนัก ผลการประเมิน เหตุผล หรือระบุเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญที่บรรลุในรอบการประเมิน (ผู้ประเมินกรอกเมื่อสิ้นสุดรอบการประเมิน)
1 2 3 4 5
1. การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ จำนวน 1 กลุ่ม x 52% 2.08 - ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย
2. การจัดตั้งกลุ่มอาชีพทอผ้าไหม จำนวน 1 กลุ่ม x 48% 1.92 - ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย
0.00






0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
น้ำหนักรวม 100% 4.00 4
ตอนที่ 3: ความรู้ และทักษะที่จำเป็นในงาน (ผู้ประเมิน และผู้ถูกประเมินร่วมกันกรอก)
ความรู้ และทักษะที่จำเป็นในงาน ระดับเป้าหมาย ผลการประเมิน ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผู้ถูกประเมินปฏิบัติ (ผู้ประเมินกรอกเมื่อสิ้นสุดรอบการประเมิน)
1. ความรู้
- มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน 2 2 - มีความรู้ที่จำเป็นในการพัฒนาทุกเรื่อง
-มีความรู้เรื่องกฎหมายและระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง 2 2 - อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องนี้
- มีความรู้ความเข้าใจในนโยบายและแผนงานด้านต่าง ๆ 2 2 - มีความรู้ ความเข้าใจในนโยบายและแผนงาน
2. ทักษะที่จำเป็น
- การใช้คอมพิวเตอร์ 2 2 -ได้มีการพัฒนาทักษะเรื่องนี้เบื้องต้น
- การใช้ภาษาอังกฤษ 3 3 - อยู่ระหว่างการพัฒนาทักษะด้านนี้
- การคำนวณ 2 2 - ได้ใช้การคำนวณในการทำงานต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการข้อมูล 3 3 - สามารถนำข้อมูลไปใช้ทางการบริหารได้ 7
ตอนที่ 4: สมรรถนะ ประจำตำแหน่งงาน (ผู้ประเมิน และผู้ถูกประเมินร่วมกันกรอก)
สมรรถนะ ประจำตำแหน่งงาน ระดับเป้าหมาย ผลการประเมิน ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผู้ถูกประเมินปฏิบัติ
1. การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์(กำหนดเป้าหมายการ 2 2 - ทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย
ปฏิบัติงานของตนให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี)
2. บริการที่ดี(เต็มใจช่วยแก้ปัญหาให้แก่ 3 3 -หมั่นติดตามสร้างสัมพันธ์ ช่วยเหลือดี
ผู้รับบริการได้)
3. การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ 2 2 - ค้นคว้าเพิ่มเติมในงานที่ทำสม่ำเสมอ
(รอบรู้เท่าทันเหตุการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ)
4. จริยธรรม (มีสัจจะเชื่อถือได้) 2 2 - ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
5. ความร่วมแรงร่วมใจ (ผูกมิตรและร่วมมือ) 2 2 - ให้ความช่วยเหลือและกล่าวชื่นชมผู้อื่นในแง่ดี

ตอนที่ 5: เป้าหมายแผนพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ (ผู้ประเมิน และผู้ถูกประเมินร่วมกันกรอก)
เป้าหมายทางอาชีพโดยรวม และแรงบันดาลใจของผู้รับการประเมิน
- การพัฒนาตนเองในงานเพื่อให้เป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี มีความสามารถและผลงานดีเด่น


แผนความก้าวหน้าในสายอาชีพ: ตำแหน่งงานที่สนใจในลำดับถัดไป
ตำแหน่งงาน (ที่เรียงลำดับความสนใจ) ความรู้ และทักษะที่จำเป็น สมรรถนะ ประจำกลุ่มงานที่จำเป็น
พัฒนาการอำเภอ - มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการพัฒนาชุมชน - สมรรถนะทุกรายการและระดับเป้าหมาย
เหมือนกับนักพัฒนาชุมชน 6


จุดเด่น/จุดด้อยที่ควรปรับปรุงพัฒนา เพื่อนำไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการ หรือทำงานในตำแหน่งเดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จุดเด่น จุดด้อย
- สมรรถนะเรื่อง จริยธรรม และความร่วมแรงร่วมใจ มีแนวโน้มจะเป็นจุดเด่น - ทักษะคิดเชิงระบบ ทักษะงานวิจัย ทักษะเป็น
วิทยากรกระบวนการ และสมรรถนะการสั่งสมความ
เชี่ยวชาญ

เป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพลำดับต่อไป (เช่น การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ การพัฒนา สมรรถนะ ที่จำเป็นในงาน)
กิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ กิจกรรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะ
- ทักษะคิดเชิงระบบ ทักษะงานวิจัย ทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการ - สมรรถนะการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ



ตอนที่ 6: สรุปผลการประเมิน
ตัวชี้วัด ผลการประเมิน ความคิดเห็น
ผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณ (ทีม+บุคคล) (70%) 3.87
ความรู้ และทักษะที่จำเป็นในงาน 4.00
สมรรถนะ (รวมความรู้ ทักษะและสมรรถนะ = 30%) 4.00
ผลรวมถ่วงน้ำหนัก 3.91 - ผลงานเป็นไปตามเป้าหมาย
ตอนที่ 7: การพิจารณาการเลื่อนขั้น
ผลการเลื่อนขั้นเงินเดือน เหตุผลในการเสนอการเลื่อนขั้น
ควรเลื่อนขั้นเงินเดือน 1.5 ขั้น
ควรเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น x
ควรเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น
ไม่ควรเลื่อนขั้นเงินเดือน ** ทั้งนี้การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนต้องเป็นไปตามบัญชีจัดสรรฯ โดยเรียงลำดับตามผลรวมถ่วงน้ำหนัก
ตอนที่ 8: ผู้ถูกประเมิน และผู้บังคับบัญชาลงนามร่วมกัน ผู้ถูกประเมิน และผู้ประเมิน (ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น)
ณ ต้นรอบรอบการประเมิน ลงลายมือชื่อผู้ถูกประเมิน ลายมือชื่อผู้บังคับบัญชา
วัน/เดือน/ปี ....../......./........... สมศรี นิสัยดี สมหญิง รักเมืองไทย
(นางสาวสมศรี นิสัยดี) (นางสมหญิง รักเมืองไทย)
ณ สิ้นสุดรอบรอบการประเมิน
วัน/เดือน/ปี ....../......./...........
(...........................................................) (.....................................................................)
ความเห็นของผู้บังคับบัญชาลำดับถัดไป
( ) เห็นด้วย ( ) ไม่เห็นด้วย และให้ปรับผลการประเมิน ดังนี้
สรุปผลการประเมิน
ตัวชี้วัด ผลการประเมิน เหตุผลที่มีความเห็นแตกต่างจากการประเมินข้างต้น
ผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณ (ทีม+บุคคล) (70%) 0.00
ความรู้ และทักษะที่จำเป็นในงาน 0.00
สมรรถนะ (รวมความรู้ ทักษะและสมรรถนะ = 30%) 0.00
ผลรวมถ่วงน้ำหนัก 0.00


(ลงชื่อ).......................................................................
(......................................................................)
ตำแหน่ง.......................................................................

No comments:

Contributors

Powered By Blogger